คำถามที่พบบ่อย

RESIN (เรซิ่น)

ปัจจัยอะไรที่ทําให้เรซิ่นเกิดปัญหาขึ้นฝ้า สามารถแก้ไขได้อย่างไร

สาเหตุที่ทําให้เรซิ่นเกิด “ฝ้า” (Haze / Cloudy Surface)
อาการ “ขึ้นฝ้า” หมายถึงผิวเรซิ่นที่ควรใสกลับกลายเป็น “ขุ่นขาว” หรือ “เป็นฝ้า” ซึ่งมักเกิดได้จากหลายปัจจัยหลัก ดังนี้

1. ความชื้นในอากาศสูง

  • ความชื้นจากอากาศหรือในแม่พิมพ์จะทําปฏิกิริยากับเรซิ่น ทําให้เกิดฝ้าได้ง่าย
  • โดยเฉพาะในสภาพอากาศฝนตก หรือห้องไม่มีการควบคุมอุณหภูมิ

2. อุณหภูมิต่ำเกินไป

  • เรซิ่นที่ใช้ในอุณหภูมิต่ํา (ต่ํากว่า 25°C) จะเกิดการแข็งตัวไม่สมบูรณ์ และอาจเกิดฝ้าหรือความขุ่น

3. อัตราส่วนตัวเร่ง (Cobalt / MEKP) ไม่เหมาะสม

  • ถ้าใส่ตัวเร่งหรือฮาตมากเกินไป → เกิดความร้อนเร็ว → ฟอง / ฝ้า
  • ถ้าใส่น้อยเกินไป → แข็งช้า → ผิวด้าน / ขุ่น

4. การกวนหรือผสมเรซิ่นไม่ทั่วถึง

  • ทําให้เกิดการแข็งตัวไม่สม่ําเสมอ บางจุดขุ่น บางจุดใส

5. มีสิ่งสกปรกหรือไขมันบนพื้นผิวงาน

  • คราบน้ำมัน ซิลิโคน หรือฝุ่น จะรบกวนการยึดเกาะและทําให้เกิดฝ้า

6. ใช้เรซิ่นที่เก่าเกินไป / เก็บไม่ด

  • เรซิ่นที่เปิดทิ้งไว้นานจะดูดความชื้นจากอากาศ ทําให้เกิดฝ้าได้ง่าย

FIBERGLASS (ไฟเบอร์กลาส)

ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบและทำความสะอาด จุดที่เสียหาย

  • ล้างและเช็คคราบน้ำ, คราบไขมัน, ฝุ่น หรือเศษไฟเบอร์ออกให้หมด
  • ใช้อะซีโตนเช็ดซ้ำเพื่อให้ผิวสะอาดและแห้งสนิท

ขั้นตอนที่ 2 : ขัดแต่งพื้นผิว

  • ใช้กระดาษทรายเบอร์หยาบ (เบอร์ 30-120) ขัดรอบ ๆ จุครั่วให้ ผิวหยาบ และเป็นวงกว้างกว่ารอยแตกประมาณ 5-10 ซม.
  • ถ้ามีรอยแตกทะลุ ให้ขัดทั้งด้าน และด้านนอกถัง

ขั้นตอนที่ 3 : เตรียมใยแก้ว

  • ตัดใยแก้วเป็นแผ่น ๆ ขนาดใหญ่กว่ารอยแตกเล็กน้อย (เช่น ซ้อนกัน 3-5 ชั้น)
  • เตรียมชิ้นเล็กไว้ทับก่อน และชิ้นใหญ่ไว้ทับชั้นชั้นนอกสุด

ขั้นตอนที่ 4 : ผสมเรซิ่น

  • ผสมเรซิ่นกับฮาต (MERP) ตามอัตราส่วนที่กำหนด (ปกติ 1-2%) เช่น เรซิ่น 100 กรัม ใช้ฮาต 1-2 กรัม
  • คนให้เข้ากันดี ห้ามผสมมากเกิน 10-15 นาที เพราะเรซิ่นจะแข็งตัวเร็ว

ขั้นตอนที่ 5 : เคลือบและซ่อม

  1. ทาเรซิ่นบาง ๆ ลงบนจุดที่ขัดเตรียมไว้
  2. วางใยแก้วชั้นแรก แล้วทาเรซิ่นทับให้ชุ่ม
  3. ใช้ลูกกลิ้งรีดฟองอากาศออก
  4. วางใยแก้วชั้นต่อไป (รวม 3-5 ขั้น) ทำซ้ำจนได้ความหนาที่ต้องการ
  5. ปล่อยให้แห้งประมาณ 3-4 ชั่วโมง (หรือจนแข็งสนิท)

ขั้นตอนที่ 6 : ขัดและเก็บผิวงาน

  • เมื่อเรซิ่นแข็งแล้ว ใช้กระดายทรายเบอร์ละเอียค (400-800) ขัดเก็บผิว
  • ถ้าต้องการความสวยงาม ให้เคลือบ เรซิ่นใส / เจลโค้ท (Gelcoat) ชั้นบนสุด
  • รอให้แห้งสนิทก่อนใช้งาน (อย่างน้อย 24 ชั่วโมง)

EPOXY (อีพ๊อกซี่)

สาเหตุที่พบบ่อย

1. อัตราส่วนผสมไม่ถูกต้อง

  • ผสมเรซิ่น : ฮาร์ดเดนเนอร์ (ตัวเร่ง) ไม่ตามอัตราที่ผู้ผลิตกำหนด เช่น ใส่ตัวเร่งน้อยเกินไป → ส่งผลให้เกิด ปฏิกิริยาไม่สมบูรณ์ อีพ๊อกซี่จึงไม่แข็งและยังเหนียว

2. อุณหภูมิในการทำงานต่ำเกินไป

  • หากอุณหภูมิห้องต่ำกว่ำ 25°C จะทำให้ปฏิกิริยาการแข็งตัวช้าลง → โดยเฉพาะในห้องแอร์หรือพื้นที่ชื้น

3. การผสมไม่ทั่วถึง

  • กวนไม่เข้ากันดี มีบางส่วนที่ไม่ได้สัมผัสตัวเร่ง → ทำให้บางบริเวณแห้ง บางบริเวณยังเหนียว

4. ความชื้นสูงหรืออากาศไม่ถ่ายเท

  • ความชื้นทำให้เกิด ฟิล์มเหนียว (Tacky Surface) บนผิวงาน
  • โดยเฉพาะในงานเคลือบใสหรืองานหล่อหนา

5. การหล่อหรือเทหนาเกินไป

  • อีพ๊อกซี่บางชนิดไม่เหมาะกับกำรเทหนาเกิน 3–5 มม. → ความร้อนสะสมภายในไม่เพียงพอให้เกิดกาารเซตตัวทั่วถึง

MEKPO (สารเร่งปฎิกิริยา)

สารทั้งสามชนิด – Cobabah (โคบอลค์), M-60 (Bunox N6-60) และ MEKPO (Medbyi Etby! Ketone Peroxide) – เป็นสารใช้ร่วมกันในงานเรชั่นและไฟเบอร์กลาส เพื่อให้เกิดการแข็งตัวขอมรชื่น จึงต้อง เก็บรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัย และยืดอายุการใช้งานของสารให้ได้นานที่สุด

1. Cobalt (โคบอลต์) ลักษณะ: เป็นสารเร่งปฏิกิริยา (Accelerator) สีม่วงเข้มหรือแดงม่วง

วิธีเก็บรักษา

  • เก็บใน ภาชนะปิดสนิท และ ห่างจากแสงแดดโดยตรง
  • อุณหภูมิที่เหมาะสม: 15-25°C
  • ห้ามเก็บใกล้ ตัวเร่งชนิดเปอร์ออกไซค์ (เช่น 14-60 หรือ MEKPO) เพราะอาจเกิดการระเบิดหรือไฟลุกได้
  • เก็บในที่แห้ง และมีการระบากาศดี

อายุการใช้งาน

  • โดยทั่วไป 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและสภาพการเก็บรักษา)

2. M-60(Butanox M-60)/MEKPO ลักษณะ:เป็นสา:เป็นสารเร่งปฏิกิริยา (Catalyst / Hardener) ใช้สำหรับเรชิ้นประเภท UP Resin

ข้อควรระวัง : สารกลุ่มนี้ ไวไฟ และไวต่อความร้อนมาก ห้ามสัมผัสกับ Cobalt โดยตรงเด็ดขาด!

วิธีเก็บรักษา

  • เก็บในที่เย็นและมืด อุณหภูมิ 10-25°C
  • ห้ามแช่เย็นจัดหรือโดนแสงแดดโดยตรง เพราะจะเร่งการสลายตัวของสาร
  • ภาชนะต้องปิดสนิทแน่นหนา ไม่ให้ไอระเหยออกมา
  • หลีกเลื่องการเก็บใกล้สารไวไฟ โลหะหนัก หรือสารเร่งอื่น ๆ

อายุการใช้งาน

  • ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี หากเก็บในสภาพที่เหมาะสม
  • หากเก็บไว้นานเกินไปจะเกิด การเสื่อมสภาพ (Decomposition) เช่น สีเปลี่ยน, เกิดตะกอน, หรือเรซิ่นแข็งช้าลง